หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวจัดซื้อ-จัดจ้าง กิจกรรมเทศบาล เว็บบอร์ด ติดต่อเทศบาล
Get Adobe Flash player

Get Adobe Flash player
 • ประวัติความเป็นมา
 • วิสัยทัศน์/พันธกิจ
 • สภาพและข้อมูลพื้นฐาน
 • รายงานการประชุม
 • รายงานผลการจัดทำแผนที่ภาษี
 • จำนวนประชากร
 • งานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
 • คณะผู้บริหาร
 • สมาชิกสภาเทศบาล
 • สำนักปลัด ฝ่ายปกครอง
 • สำนักปลัด ฝ่ายอำนวยการ
 • กองคลัง
 • กองช่าง
 • กองการศึกษา
 • กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
 • สำนักทะเบียนท้องถิ่น
 • แผนการพัฒนาสามปี
 • แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
 • แผนอัตรากำลัง 3 ปี
 • แผนดำเนินงานประจำปี
 • คำสั่งเทศบาล
 • เทศบัญญัติ




กำลังออนไลน์18คน
ผู้ชมวันนี้59คน
ผู้ชมเมื่อวาน128คน
ผู้ชมเดือนนี้2301คน
ผู้ชมเดือนก่อน4935คน
ผู้ชมทั้งสิ้น40863คน
 
การขายทอดตลาดและค้าของเก่า
ทะเบียนการขายทอดตลาดและค้าของเก่า


แนวทางการดำเนินงานทะเบียนการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

1. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

1.1 พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474
1.2 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2533

2. คำจำกัดความ

2.1 การขายทอดตลาด หมายถึง การขายโดยเปิดเผยแก่มหาชน ด้วยวิธีให้โอกาสแก่ผู้ประมูลราคา ผู้ใดให้ราคาสูง ก็มีสิทธิซื้อทรัพสินนั้นได้
2.2 ของเก่า หมายถึง ทรัพย์ที่เสนอขาย แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ทั้งนี้รวมถึง ของโบราณด้วย
2.3 การค้าของเก่า หมายถึง
ก. ประเภทโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ข. ประเภทเพชร พลอย ทอง นาก เงิน หรืออัญมณี
ค. ประเภทรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้แก่ รถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการและรถยนต์ส่วนบุคคล
ง. ประเภทอื่น ๆ เช่น รถจักรยานยนต์ ไม้เรือนเก่า ขวด เศษเหล็ก กระดาษ เป็นต้น
2.4 เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หมายถึง
ก. ผู้บังคับการกองทะเบียน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเขตกรุงเทพมหานคร
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด ในเขตจังหวัด
2.5 นายตรวจ หมายถึง เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ปลัดอำเภอ หรือเจ้าพนักงานฝ่ายตำรวจ ซึ่งมียศตั้งแต่ชั้น ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป

3. ขั้นตอนการดำเนินการ

3.1 การขออนุญาต
ก. ผู้ขออนุญาตยื่นคำร้อง ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่จะดำเนินการ
ข. อำเภอตรวจสอบเอกสาร หากครบถ้วน ถูกต้อง ส่งให้จังหวัด
ค. จังหวัดตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของผู้ขอ หากครบถ้วน ถูกต้อง ให้ออกใบอนุญาตและส่งกลับอำเภอ
ง. อำเภอแจ้งผู้ขออนุญาต เพื่อรับใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียม
จ. อำเภอสำเนาใบเสร็จรับเงินส่งจังหวัด เพื่อบันทึกรายละเอียดลงในต้นขั้วใบอนุญาตเก็บไว้เป็นหลักฐาน
3.2 การขอต่ออายุใบอนุญาต
ก. ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ 90 วัน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอเดิม
ข. อำเภอดำเนินการเช่นเดียวกับการขออนุญาต
4. หลักฐานประกอบการขออนุญาต

4.1 บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว พร้อมใบประกอบธุรกิจและสำเนา
4.2 ทะเบียนบ้านและสำเนา
4.3 รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
4.4 ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนา
4.5 หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ทำการค้า หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของหรือสัญญาเช่า
4.6 ใบอนุญาตจากกรมศิลปากรและสำเนา กรณีประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าประเภทโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

5. คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาต

5.1 มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
5.2 มีความรู้หนังสือไทยพออ่านออกเขียนได้
5.3 เป็นผู้ที่ไม่เคยต้องโทษจำคุกความผิดฐานปลอมแปลงเงินตรา การปลอมบัตรและการปลอมใบสำคัญ สัญญาในการยืมเงินตราและในการให้ดอกเบี้ย และความผิดฐานประทุษร้ายแก่ทรัพย์

6. การปฏิบัติตนของผู้ขายทอดตลาดและค้าของเก่า

6.1 ผู้ขายทอดตลาดปฏิบัติดังนี้
ก. สำแดงคำแจ้งความแห่งการขายทุกคราวไว้ ณ สถานที่ขายให้เห็นได้แจ้ง
ข. อยู่ ณ ที่ขายในเวลาขายทอดตลาด และพร้อมที่จะแสดงใบอนุญาตต่อนายตรวจเมื่อเรียกตรวจ
ค. มีสมุดบัญชีสำหรับการขายทุกคราว และจดรายการข้อสำคัญทั้งปวงแห่งการขายนั้น ๆ ลงไว้
ง. แจ้งวันและสถานที่ขายให้นายตรวจทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันเต็ม
จ. สำแดงนามของตนและคำว่า "ผู้ทอดตลาด" ไว้เหนือประตชั้นนอกแห่งสำนักงาน
6.2 ผู้ค้าของเก่าปฏิบัติดังนี้
ก. แสดงนามของตนและคำว่า "ผู้ค้าของเก่า" ไว้ ณ ที่ทำการค้าของตนพร้อมทั้งใบอนุญาตในที่อันเห็นได้แจ้ง
ข. มีสมุดบัญชีสำหรับการค้าของตนและจดรายการข้อสำคัญทั้งปวงแห่งการค้าลงไว้ทุกราย สมุดบัญชีตามที่ กล่าวนี้ ต้องทำตามแบบและนำมาให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตลงนาม และประทับตราก่อนทุกเล่ม
ค. แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนายตรวจ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์ที่มีผู้มาเสนอหรือโอนให้ตนนั้นเป็น ทรัพย์ที่ได้มาโดยทางทุจริต
ง. ทำเลขลำดับเป็นเครื่องหมายปิดไว้ที่ของให้ตรงกับเลขลำดับในสมุดบัญชี เพื่อสะดวกในการสำรวจ

7. การพิมพ์ลายนิ้วมือ

ให้อำเภอขอความร่วมมือสถานีตำรวจท้องที่เป็นผู้พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขอใบอนุญาต เพื่อส่งไปตรวจสอบ คุณสมบัติตาม มาตรา 6(3) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ที่กอง ทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ไม่ต้องรอผลการตรวจสอบ)

8. หน้าที่ของนายตรวจ

8.1 ตรวจตราผู้ได้รับอนุญาตขายทอดตลาดในท้องที่ตนว่าได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วน ตามหน้าที่ของผู้ขาย ทอดตลาดอันต้องกระทำตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 มาตรา 7 ข้อ ก. ข. ค. และ ง. หรือไม่ ส่วนการขายทอดตลาดเร่ ซึ่งไม่ได้ขายประจำในสำนักงานตามที่จดทะเบียนไว้ เมื่อผู้ขาย ทอดตลาดได้แจ้งวันและสถานที่ขายให้นายตรวจทราบล่วงหน้าตามความใน ข้อ ฆ. แห่งมาตราเดียวกันนี้ ก็ให้ นายตรวจซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่มีการขายทอดตลาดนั้น ไปตรวจดูว่าผู้ขายทอดตลาดได้ปฏิบัติถูกต้องตามความ ในข้อ ก. ข. ค. ดังกล่าวแล้วนี้หรือไม่เช่นเดียวกัน ถ้าปรากฏว่ายังมีสิ่งบกพร่องอยู่ก็ให้ผู้ขายทอดตลาดนั้น ดำเนินการ เสียให้ครบถ้วนบริบูรณ์เสียก่อน จึงให้ทำการขายทอดตลาดได้
8.2 ตรวจตราผู้ค้าของเก่าว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาด และค้าของเก่า พ.ศ. 2474 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2495 มาตรา 8 ข้อ ก. ข. ค. และ ฆ. ครบถ้วนหรือไม่ ถ้าบกพร่องก็ให้ผู้ค้าของเก่าดำเนินการเสียให้ครบถ้วนบริบูรณ์ก่อน จึงให้ทำการค้าของเก่าได้
8.3 ตรวจบัญชีและทรัพย์สินสิ่งของการขายทอดตลาดและค้าของเก่า กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินสิ่งของ ได้มาโดยการทุจริตให้รีบรายงานตามลำดับชั้น จนถึงเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตพิจารณาสั่งการ
8.4 ตรวจตราผู้ขายทอดตลาดและค้าของเก่าให้ปฏิบัติตามกฎหมาย หากปรากฏว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องและเข้า ลักษณะความผิดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ให้ นายตรวจบันทึกความผิดส่งสถานีตำรวจท้องที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานผู้ออก ใบอนุญาตทราบ ซึ่งกรมการปกครองได้กำหนดแบบบันทึกผลการตรวจให้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติแล้ว
8.5 การย้ายที่ทำการหรือร้านขายทอดตลาดและค้าของเก่าจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 6 แห่งกฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 2) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ลงวันที่ 3 กันยายน 2484 ว่าให้ผู้รับอนุญาต แจ้งนายตรวจทราบโดยมิชักช้า ดังนั้น เมื่อนายตรวจ ได้รับทราบแจ้ง การย้ายจากผู้ทำการขายทอดตลาดหรือค้าของเก่ารายใดแล้ว นายตรวจจะต้องตรวจอาคารสถานที่ตั้ง ตลอดจนสถานที่เก็บทรัพย์สินว่าเหมาะสมหรือไม่ พร้อมกับทำแผนที่สังเขปแสดงสถานที่ตั้ง แล้วรายงานเสนอความเห็น ต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตสั่งการ หากได้รับอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

9. อัตราค่าธรรมเนียม

9.1 การขายทอดตลาด ปีละ 15,000 บาท
9.2 การค้าของเก่า
ก. ประเภทโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุตามกฏหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปีละ 12,500 บาท
ข. ประเภทเพชร พลอย ทอง นาค เงิน หรืออัญมณี ปีละ 10,000บาท
ค. ประเภทรถยนต์ตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์ ปีละ 7,500 บาท
ง. ประเภทอื่น ๆ ปีละ 5,000 บาท
ผู้ค้าของเก่ารายเดียวหลายประเภท ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในประเภทที่สูงกว่าประเภทเดียว

10. ความผิดเกี่ยวกับการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

10.1 ผู้ใดประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือประกอบอาชีพดังกล่าว ภายหลังที่ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตามมาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน ห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขายทอดตลาด หรือค้าของเก่าประเภทโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
10.2 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใด ทำการขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าโดยใบอนุญาตขาดอายุ หรือทำการขาย ทอดตลาดหรือค้าของเก่าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือฝ่าฝืนกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
10.3 ผู้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่า ไม่แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนายตรวจ ทันทีเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า ทรัพย์ที่มีผู้มาเสนอหรือโอนให้ตนนั้นเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยทุจริต ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท
หากเป็นการกระทำเกี่ยวกับทรัพย์เป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึง หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท
>>